GWM Thailand
    Category : NEWS 28-4-2022

    เกรท วอลล์ มอเตอร์ ผนึกกำลัง 3 การไฟฟ้า กฟผ. กฟน. และ กฟภ. พัฒนาโครงสร้างระบบนิเวศที่แข็งแกร่ง พร้อมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไทยอย่างเต็มรูปแบบ

    Great Wall Motor Forms Alliance with 3 Electricity Authorities

    เกรท วอลล์ มอเตอร์ จับมือ 3 หน่วยงานการไฟฟ้า ประกอบไปด้วย การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการส่งเสริมและสนับสนุนการขับเคลื่อนยานยนต์ไฟฟ้าและพัฒนาสถานีอัดประจุไฟฟ้า เพื่อมุ่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานไฟฟ้า โดยนำความเชี่ยวชาญของเกรท วอลล์ มอเตอร์ ในฐานะผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทย ผสานกับความเชี่ยวชาญด้านพลังงานไฟฟ้าของทั้ง 3 หน่วยงาน เพื่อร่วมสร้างระบบนิเวศของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น พร้อมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน

    พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือจัดขึ้นเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2565 ซึ่งนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้ให้เกียรติเป็นประธานในพิธี โดยมี มร. ไมเคิล ฉง รองประธาน เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) นายบุญญนิตย์ วงศ์รักมิตร ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย นายวิลาศ เฉลยสัตย์ ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง และนายศุภชัย เอกอุ่น ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เป็นผู้ลงนาม ณ GWM Experience Center ไอคอนสยาม พร้อมด้วยทีมผู้บริหารระดับสูงจาก เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้แก่ นายณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ และนายครรชิต ไชยสุโพธิ์ รองประธาน ฝ่ายกิจการองค์กรและรัฐกิจสัมพันธ์ เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธี

    นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า “การลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือในการส่งเสริมสนับสนุนขับเคลื่อนยานยนต์ไฟฟ้าและพัฒนาสถานีอัดประจุไฟฟ้า ระหว่าง เกรท วอลล์ มอเตอร์ กับ กฟผ. กฟน. และ กฟภ. แสดงให้เห็นถึงบทบาทสําคัญของภาครัฐและภาคเอกชนในการร่วมมือกันขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงพลังงาน พร้อมผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นสังคมคาร์บอนต่ำ (Low-carbon Society) ส่งเสริมสภาพแวดล้อมทางธุรกิจในไทยให้เอื้อต่อการจําหน่ายและผลิตรถยนต์ไฟฟ้า รวมถึงการสร้างสถานีอัดประจุไฟฟ้าที่ครอบคลุม เพื่อมุ่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศและขับเคลื่อนอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าในไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงต่อไป”

    มร. ไมเคิล ฉง รองประธาน เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “หลังจากที่ภาครัฐได้มีนโยบายในการสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ทำให้หลายภาคส่วนพร้อมผนึกกำลังร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่สังคมยนตรกรรมแห่งอนาคต เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้เป็นแบรนด์รถยนต์กลุ่มแรกที่ลงนามในบันทึกความเข้าใจกับรัฐบาลไทยเพื่อผลักดันนโยบายสนับสนุนรถยนต์พลังงานไฟฟ้า โดยความร่วมมือระหว่างเกรท วอลล์ มอเตอร์ กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย การไฟฟ้านครหลวง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคในครั้งนี้ จะช่วยเสริมสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ทั้งในแง่การดำเนินการสำรวจเชิงลึกเกี่ยวกับสถานีอัดประจุไฟฟ้า การแบ่งปันทักษะและความรู้ความชำนาญในการติดตั้ง รวมถึงการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม และรูปแบบการบริการ ซึ่งในปี 2565 เกรท วอลล์ มอเตอร์มีแผนที่จะสร้างสถานีอัดประจุไฟฟ้าให้เพิ่มขึ้นเป็น 55 แห่ง การร่วมมือกับการไฟฟ้าทั้ง 3 หน่วยงานนี้ จะเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยสนับสนุนให้เราบรรลุเป้าหมายดังกล่าวได้อย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังได้เสริมความแข็งแกร่งให้กับกลยุทธ์ระดับภูมิภาค โดยตั้งเป้าให้ “ประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง และขยายตลาดเข้าสู่อาเซียน” ส่งเสริมและสนับสนุนนโยบายประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์พลังงานไฟฟ้าในภูมิภาคอาเซียน ในอนาคต เราจะทำงานร่วมกับพันธมิตรของเรา โดยอำนวยความสะดวกให้กับผู้บริโภคชาวไทยในการเดินทางด้วยยานพาหนะไฟฟ้า สำรวจรูปแบบ และโอกาสทางอุตสาหกรรมใหม่เพิ่มเติม เพื่อส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานใหม่ของประเทศไทย รวมถึงการยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ในภูมิภาคอาเซียน”

    ด้านนายบุญญนิตย์ วงศ์รักมิตร ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “ในฐานะหน่วยงานรัฐวิสาหกิจภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงพลังงาน กฟผ. มีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาระบบไฟฟ้ามาตลอด 52 ปี และมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนการสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าของไทยมาอย่างต่อเนื่องให้กับผู้ประกอบการและผู้ผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ สะดวก ปลอดภัย และรวดเร็ว ทั้งด้านรถยนต์ไฟฟ้าและด้านเครือข่ายการติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้า การพัฒนาแอปพลิเคชันให้สามารถแบ่งปันข้อมูลกันได้ เพื่อรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมและธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า โดย กฟผ. มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าชั้นนำ เช่น เกรท วอลล์ มอเตอร์ เพื่อร่วมสนับสนุนให้ประเทศไทยมุ่งสู่เป้าหมายที่จะผลิตยานยนต์ไฟฟ้าให้มีจำนวน 30% ของการผลิตทั้งหมดในปี 2573 ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหามลภาวะทางอากาศและปัญหาภาวะโลกร้อน พร้อมช่วยสร้างสังคมสีเขียวให้กับประเทศไทยต่อไป ซึ่งในปัจจุบัน กฟผ. ได้เปิดให้บริการสถานี EleX by EGAT พร้อมสถานีพันธมิตรในเครือข่าย EleXA แล้วจำนวน 49 สถานีทั่วประเทศ โดยตั้งเป้าขยายสถานีชาร์จ EleX by EGAT ให้มีจำนวนรวมกว่า 120 สถานีให้ได้ภายในสิ้นปี 2565 นี้ เพื่อครอบคลุมการเดินทางทั่วประเทศมากยิ่งขึ้น

    ขณะที่ นายวิลาศ เฉลยสัตย์ ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง กล่าวว่า “การไฟฟ้านครหลวงเป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่มุ่งมั่นขับเคลื่อนส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศมาตลอด 10 ปีที่ผ่านมา กฟน. มีความยินดีที่ได้ร่วมมือกับเกรท วอลล์ มอเตอร์ สนับสนุนและผลักดันตามแนวทางการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า นโยบาย 30@30 ของคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ โดยกระทรวงพลังงาน เพื่อเตรียมความพร้อมในการรองรับการเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ด้วยการสร้างระบบนิเวศของรถยนต์ไฟฟ้าให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น โดยปัจจุบัน กฟน. ได้วางแผนปรับปรุงโครงข่ายระบบไฟฟ้าในพื้นที่จำหน่ายให้เป็นโครงข่ายอัจฉริยะ (Smart Metro Grid) และมีแผนขยายสถานีอัดประจุไฟฟ้าให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ พร้อมอำนวยความสะดวกในการให้บริการหัวชาร์จ MEA EV ที่ได้มาตรฐานและปลอดภัยแก่ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าผ่าน MEA EV Application ที่ได้มีพัฒนาการใช้งานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และสร้างประสบการณ์ที่ดีต่อผู้ใช้งานมากขึ้น เชื่อมต่อบนแพลตฟอร์มระบบบริหารจัดการเครื่องอัดประจุไฟฟ้าอัจฉริยะ ที่สามารถวิเคราะห์ข้อมูลเชิงสถิติที่เกี่ยวข้องกับการชาร์จ สำหรับวางแผนการพัฒนาระบบไฟฟ้าและการให้บริการ เป็นการส่งเสริมสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย พร้อมยินดีให้ความร่วมมือเอกชนทุกภาคส่วนส่งเสริมดำเนินตามนโยบายภาครัฐต่อไป”

    นายศุภชัย เอกอุ่น ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กล่าวปิดท้ายว่า “จากความตั้งใจของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในการยกระดับระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าไทยให้ทัดเทียมในระดับสากล การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจึงพร้อมสนับสนุนบริษัทฯ ในการขยายเขตไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานให้ดียิ่งขึ้น เพื่อรองรับปริมาณรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่กำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดย กฟภ. ในฐานะหน่วยงานรัฐวิสาหกิจด้านพลังงานไฟฟ้าของไทยที่ให้บริการครอบคลุมทั้ง 75 จังหวัด ได้ขยายสถานีอัดประจุไฟฟ้าไปแล้ว 73 สถานี และมีแผนขยายจำนวนสถานีอัดประจุไฟฟ้าเพิ่มอีก 190 สถานี รวมเป็น 263 สถานี ภายในปี 2566 รวมถึงพัฒนาการใช้แอปพลิเคชัน PEA VOLTA Application ที่จะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถค้นหาตำแหน่ง นำทาง สั่งชาร์จ ชำระค่าบริการ และตรวจสอบประวัติการใช้งาน ได้สะดวกยิ่งขึ้น เราเชื่อมั่นว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นที่จะผลักดันประเทศไทยให้มีการใช้ยานยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น ทำให้เกิดสังคมสีเขียว สร้างงานสร้างอาชีพ ไปพร้อมกับการพัฒนาเศรษฐกิจให้กับคนไทยต่อไป”

    สำหรับความร่วมมือระหว่างเกรท วอลล์ มอเตอร์ กับ 3 หน่วยงานการไฟฟ้าในครั้งนี้จะครอบคลุมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานไฟฟ้าเพื่อรองรับการเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ทั้งการติดตั้งและการพัฒนาสถานีประจุไฟฟ้า การแบ่งปันองค์ความรู้ที่สำคัญในการดำเนินการ พร้อมยกระดับแอปพลิเคชันและแพลตฟอร์มที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงกิจกรรมส่งเสริมการตลาดในอนาคต โดยมีรายละเอียดดังนี้

    • การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.): ร่วมมือในการขยายเครือข่ายสถานีอัดประจุไฟฟ้าในรูปแบบ Fast-charge พร้อมพัฒนา Charging Mobile Application ที่สามารถใช้งานร่วมกันได้ ทั้งการแลกคะแนนสะสมระหว่างแพลตฟอร์ม และการระบุเครือข่ายสถานีอัดประจุไฟฟ้า เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้งาน นอกจากนี้ ยังร่วมมือกันทางด้านการส่งเสริมการตลาด การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการทางด้านยานยนต์ไฟฟ้า การศึกษาวิจัยแนวโน้มของแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้า รวมทั้งการศึกษาความเป็นไปได้และโอกาสในรูปแบบธุรกิจอื่น ๆ
    • การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.): แลกเปลี่ยนข้อมูลทางเทคนิค และการศึกษาวิจัยความเป็นไปได้ในการนำแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้ามาใช้ซ้ำและการรีไซเคิล รวมถึงการฝึกอบรมในด้านสถานีอัดประจุไฟฟ้า โดยเป็นพันธมิตรหลักในการติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้าให้กับสถานีชาร์จเร็ว (G-Charge) สถานีพาร์ทเนอร์ สโตร์ (Partner store) และสถานีอัดประจุไฟฟ้าแบบปลายทาง (Destination) พร้อมเชื่อมต่อการให้บริการในการจองสถานีและชำระเงินผ่านทั้งแอปพลิเคชันของ กฟน. และ GWM Application นอกจากนี้ยังส่งเสริมให้เกิดผลิตภัณฑ์และบริการทางด้านยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อขับเคลื่อนสังคมไทยไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน
    • การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.): แลกเปลี่ยนข้อมูลทางเทคนิคของระบบการทำงานของยานยนต์ไฟฟ้า และระบบของสถานีอัดประจุไฟฟ้าเพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน รวมถึงเป็นพันธมิตรหลักในการขยายเขตไฟฟ้า การติดตั้งหม้อแปลงให้กับสถานีพาร์ทเนอร์ สโตร์ (Partner store) และสถานีอัดประจุไฟฟ้าแบบปลายทาง (Destination) เพื่อสร้างความมั่นใจ ความปลอดภัยในการใช้ไฟฟ้า พร้อมสนับสนุนกิจกรรมทางการตลาด และการพัฒนาแอปพลิเคชันให้สามารถเชื่อมโยงข้อมูลของสถานีอัดประจุไฟฟ้าและอำนวยความสะดวกในการจองสถานีชาร์จและชำระเงินผ่านแอปพลิเคชันได้อีกด้วย

     

    ความร่วมมือครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งความมุ่งมั่นของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในฐานะ “บริษัทที่ให้บริการเทคโนโลยีอัจฉริยะระดับโลก” (Global Intelligent Technology Company) ที่เห็นความสำคัญของการสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบนิเวศรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางในการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทย ผ่านการทำงานร่วมกับพันธมิตรในภาคส่วนต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมผลักดันไทยให้ก้าวสู่สังคมยานยนต์ไฟฟ้าอย่างยั่งยืนตามแผนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศในระยะยาว

     

    ###

     

    เกี่ยวกับเกรท วอลล์ มอเตอร์

    เกรท วอลล์ มอเตอร์ (Great Wall Motor) หรือ GWM ผู้ผลิตรถเอสยูวีและรถกระบะระดับโลก จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงเมื่อปี 2546 และตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้เมื่อปี 2554 มีบริษัทย่อยที่ถือหุ้นมากกว่า 80 บริษัทและมีพนักงานกว่า 70,000 คน ปัจจุบัน เกรท วอลล์ มอเตอร์ ทำยอดขายได้กว่าหนึ่งล้านคันต่อปี เป็นเวลาหกปีติดต่อกัน ซึ่งนอกจากในประเทศจีน เกรท วอลล์ มอเตอร์
    ยังส่งมอบรถยนต์คุณภาพไปให้กว่า 60 ประเทศและภูมิภาค และมีเครือข่ายในต่างประเทศกว่า 500 แห่งอีกด้วย

     

    ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ เกรท วอลล์ มอเตอร์ สามารถดูรายละเอียดได้ที่:

    Facebook: GWM Thailand        Instagram: GWM Thailand        Website : www.gwm.co.th
    Twitter: GWM Thailand               YouTube: GWM Thailand           Line Official: GWM Thailand

     

    สอบถามข้อมูลสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ: Carl Byoir & Associates

    ธนธรณ์ แซ่อึ้ง (เฟิร์น) โทร: 091-395-4654 อีเมล: tsaeung@carlbyoir.com